ช่วงนี้มรสุมชีวิตมีมากมายเหลือเกินก็ว่าจะไม่พูดละนะแต่ขอซักหน่อยดีกว่า
 
คนเราเนี่ยเวลาทำผิดแล้วไม่ยอมรับเนี่ยมันน่าสมเพศโครตๆเลยนะไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนแบบนี้อยู่บนโลกด้วย
 
พยายามแถเพื่อให้ตัวเองพ้นความผิดแต่แถแบบโง่ๆมันก็มีแต่เจ็บตัวละนะ การยอมรับว่าตัวเองแย่นี่มันยากนักรึไง
 
พูดความจริงไม่เป็นกันใช่มั้ย??
 
ไหนๆก็ไหนละ จะเล่านิทานให้ฟังเรื่องนึงดีกว่า เป็นนิทานที่สร้างมาจากเรื่องจริงด้วย
 
เรื่องมันมีอยู่ว่ามีกลุ่มเพื่อนสาวแสนสนิท6คน ผู้ชายอีก1คน ทั้งเจ็ดคนเป็นเพื่อนกันมาสองปีครึ่ง
 
ผู้หญิงคนนึงในกลุ่มนั้นมีข่าวลือไม่ดีบ่อยๆ เช่น ชอบอ่อยผู้ชายบ้าง เห็นแก่ตัวบ้าง บลาๆๆๆ
 
เพื่อนๆในกลุ่มก็พร้อมที่จะเชื่อใจผู้หญิงคนนั้นและออกหน้ารับ แก้ตัวแทนว่าเรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง
 
พอพูดไปผู้หญิงคนนี้ช่างโชคดี ที่มีเพื่อนๆเข้าใจ
 
แต่อยู่มาวันหนึ่ง
 
พฤติกรรมของผู้หญิงคนนี้ก็เริ่มเด่นชัดขึ้น จนเพื่อนบางคนในกลุ่มรู้สึกตะขิดตะขวงใจ
 
จากหนึ่งคนก็เป็นสอง จากสองก็เป็นสามและก็บานปลายรู้สึกไม่ดีไปทั้งกลุ่ม
 
ยกเว้นผู้หญิงคนนั้นและเพื่อนสนิทของเธอ
 
พฤติกรรมแย่ๆของผู้หญิงคนนั้นเริ่มเด่นชัดมาในรูปของการหลอกใช้
 
หลอกให้เพื่อนทำงานให้ด้วยคำพูดหวานๆแสนดีแต่เคลือบพิษร้าย
 
คำพูดหวานๆที่คอยใช้งานเพื่อนๆด้วยกันเองแบบที่ผู้ฟังยากที่จะปฏิเสธได้
 
พฤติกรรมที่ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ
 
ถึงเห็นว่าเพื่อนทำงานไม่เสร็จและอาจจะสอบตกก็ยังจะบังคับให้เพื่อนไปทำงานให้ตัวเอง
 
เมื่อมีงานที่ต้องร่วมมือกันทำภายในกลุ่มก็ไม่เคยเลยที่จะเสียสละเวลาอันน้อยนิดมาให้
 
ดีแต่ใช้คำพูดหวานๆร้องขอให้คนเห็นใจแต่ไม่เคยเห้นใจผู้อื่น
 
ถึงจะรู้ว่าเพื่อนลำบากใจแต่เพื่อความสำเร็จของตัวเองก็ไม่สนใจความรู้สึกใครไม่เว้นแม้แต่เพื่อนสนิทของเธอ
 
ถ้าหลอกได้ก็ยังคงจะหลอกต่อไป ถ้าใช้ได้ก็ยังคงจะใช้ต่อไปเรื่อยๆ
 
ผู้หญิงคนนี้ยอมกระทั่งทรยศความไว้ใจของเพื่อนทั้งกลุ่มเพื่อประโยชน์ส่วนตน
 
เมื่อถึงเวลาเดือดร้อนก็สามารถโยนปัญหาไปให้เพื่อนคนอื่นเป็นแพะได้อย่างง่ายดาย
 
ราวกับไม่เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน
 
ไม่เคยออกหน้าในเรื่องอะไรก็ตามเพราะกลัวถูกเพ่งเล็ง
 
ถึงเพื่อนเดือดร้อนเพราะตัวเองก็ไม่เคยยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพื่อนถูกเข้าใจผิดอย่างไรก็ปล่อยไปอย่างนั้น
 
เพราะถ้าออกหน้าตนเองอาจจะดูไม่ดี
 
ใครเสียผลประโยชน์ก็ช่างขอให้ตนเองได้ผลประโยชน์ก็เป็นพอ
 
เรื่องนี้ถูกพูดกันไปทั่วทั้งกลุ่ม และทกุคนรับรู้
 
สามคนในกลุ่มตัดขาดอย่างชัดเจน อีกสองอยู่ตรงกลาง อีกหนึ่งเลือกที่จะอยู่กับเธอ
 
อยู่ในโลกจิตนาการที่แสนหวานแต่ความเป็นจริงช่างเน่าเฟะ
 
เมื่อเธอรู้ตัว เธอจึงออกมาแก้ตัวต่อเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างโง่ๆ
 
เธอต้องการจบปัญหาแต่ไม่แสดงความจริงใจออกมาซักอย่าง
 
เพื่อนไม่เชื่อ เธอจึงแสดงบทโศก บีบน้ำตาร้องขอความเห็นใจที่เคยไม่เคยมีให้ใคร
 
เธอสวมหน้ากากนางเอกและผลักดันบทนางมารร้ายให้แก่บุคคลที่เธอเคยเรียกว่าเพื่อน
 
แต่น่าเสียดายที่เพื่อนไม่ได้โง่เป็นเครื่องมือให้เธอหลอกใช้อีกต่อไป
 
ได้แต่คิดว่าถ้าเวลาผ่านไป ความชั่วร้ายของเธอคงจะเผยออกมาเอง
 
เธอเป็นดั่งนางยักษ์ที่สวมหนังกระต่าย
 
แต่ซักวันหนังกระต่ายนั้นคงจะเน่าเปือยและเผยให้เห็นถึงความอัปลักษณ์ที่อยู่ภายในเอง
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
นิทานจบลงแล้วแต่สงครามยังไม่จบ ช่วยภาวนาให้เพื่อนสนิทของเธอคนนั้นได้ลืมตาตื่นเห็นความเป็นจริงซะที่เถอะ ถูกหลอกมาหลายครั้งแต่ไม่เคยรู้ตัว ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง จึงทำได้แค่ภาวนาขอให้เธออยู่รอดปลอดภัยได้เพียงเท่านั้น ทำได้แค่นี้จริงๆ

Comment

Comment:

Tweet